Percy Jackson & The Olympians (หนังสือชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสัน)/Rick Riordan

มี 5 ภาค คือ 
- The Lightning Thief 
- The Sea Monsters
- The Titan's Curse
- The Battle of the Labyrinth
- The Last Olympian

ด้วยความที่เราเป็นคนชอบเรื่องเล่าตำนานเทพเจ้ากรีกเป็นการส่วนตัว จึงถูกใจเนื้อเรื่องทำนองนี้เป็นพิเศษ ตอนอ่านเล่มแรก (The Lightning Thief) ก็แค่รู้สึกว่าอยากอ่านเพราะอยากรู้ว่าผู้แต่งจะจับเอาเรื่องราวเทพเจ้าในตำนานมาร้อยเรียงกันยังไง และความรู้สึกเมื่ออ่านจบเล่มแรกก็รู้สึกว่าผู้แต่งเล่าเรื่องใช้ได้ เอาคาแร็คเตอร์เทพเจ้าแต่ละองค์มาเขียนได้ชัดเจนดี แต่บอกเล่าเรื่องเรียบง่ายและเป็นเส้นตรงเกินไป แถมยังแอบรู้สึกว่ามีความคล้าย Harry Potter อยู่พอสมควรตรงที่ผู้เขียนพยายามเชื่อมโยงโลกแฟนตาซีกับโลกมนุษย์ไว้แบบซ้อนทับกันไป

แต่พออ่านเล่มต่อๆไป ก็เกิดอาการติดหนึบและเริ่มรู้สึกทึ่งในตัวผู้เขียนมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ เหมือนผู้เขียนค่อยๆปล่อยความซับซ้อนของเรื่องมากขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มบทบาทของตัวละครมากขึ้นเรื่อยๆ แม้พล็อตจะไม่ได้ดูซับซ้อนเท่า Harry Potter แต่ก็ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องง่ายๆอย่างที่เราสบประมาทไว้ในตอนอ่านเล่มแรกเลย มารู้สึกตัวอีกที เราก็หยุดอ่านเรื่องของพ่อหนุ่มลูกครึ่ง (เทพเจ้า-มนุษย์) ที่ชื่อเพอร์ซีย์ แจ็กสันคนนี้ไม่ได้ซะแล้ว เพราะคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนของเหล่าเทพเจ้าทั้งหลาย ทำให้ตัวละคร (บรรดาลูกๆที่เป็นลูกครึ่งกับมนุษย์) มีบุคลิกที่ชัดเจนและน่าสนใจในการเล่าเรื่อง ส่วนเรื่องราวการผจญภัยของเพอร์ซีย์กับเพื่อนสาว (ที่ชื่อแอนนาเบ็ธ) ก็อ่านกันแบบได้ลุ้น (แถมยังได้อารมณ์โรแมนติกชัดเจนกว่า Harry Potter ด้วย) แล้วยังแถมอารมณ์ขำๆและช่างประชดประชันของคนเขียน ที่รวมกันแล้วก็ทำให้อ่านได้เพลินจริงๆ (แม้จะมีข้อติอยู่บ้าง ตรงที่อีตาพระเอกช่างฝันได้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นตุเป็นตะอยู่คนเดียวเลย ถ้าไม่ฝันนี่อาจมีต่อเรื่องไม่ติด ^ ^)

ชุดนี้มีทั้งหมด 5 เล่ม เรียงตามลำดับดังนี้คือ The Lightning Thief, The Sea of Monsters, The Titan’s Curse, The Battle of the Labyrinth, The Last Olympian แปลเป็นไทยครบแล้วทุกเล่ม โดย ดาวิษ ชาญชัยวานิช ในตอนภาษาไทย ชื่อ สายฟ้าที่หายไป, อาถรรพ์ทะเลปีศาจ, คำสาปแห่งไททัน, ปริศนาเขาวงกต, และเทพองค์สุดท้าย

The Hunger Games Series (หนังสือชุดเกมล่าชีวิต)/Suzanne Collins

มี 3 ภาค คือ 
- The Hunger Games 
- Catching Fire
- Mockingjay

เรื่องนี้จะเป็นเยาวชนแฟนตาซีแนวต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง (ที่ถ้าดูหน้าปกเล่มแรกฉบับ uk ก่อนเปลี่ยนปก อาจหลงเข้าใจผิดนึกว่าตัวเอกเป็นเด็กผู้ชาย แต่ฉบับพิมพ์หลังๆเห็นเปลี่ยนภาพไปแล้ว) ที่จะต้องผจญชะตากรรมในการต้องลงสนามแข่งขันที่เป็นเกมส์การต่อสู้แบบถ่ายทอดทีวีเป็น reality show ที่เด็กแต่ละคนจากแต่ละเมืองจะถูกคัดเลือกให้มาสู้กันและจะเหลือคนที่อยู่รอดเพียงคนเดียว แต่อันนี้ไม่ใช่การแสดง เพราะเป็นการต่อสู้กันจริงๆ และฆ่ากันตายแบบจริงๆ

หนังสือชุดนี้มี 3 เล่มจบ เริ่มจาก The Hunger Games, Catching Fire, และจบที่ Mocking Jay เป็นเรื่องที่ผูกโยงเนื้อเรื่องทั้งสามเล่มไว้ได้น่าสนใจ สนุก ตื่นเต้น และเร้าใจมาก แถมยังหยิกกัดประชดประชันสังคมและการเมืองแบบเจ็บๆคันๆ เช่น การประชดประชันรายการ reality show, การสับปลับหลอกลวงของเหล่านักการเมือง ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ในรูปแบบแปลกๆ หรือการแดกดันวิถีชีวิตของคนในสังคมเมือง เป็นต้น

เล่มที่เราชอบมากที่สุดคือเล่มสอง ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบ และการเดินเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผลมากกว่าเพื่อน ตัวเอกเป็นเด็กผู้หญิงที่อ่านแล้วอาจก่อให้เกิดความหมั่นไส้ได้ว่าอะไรมันจะเพอร์เฟ็คเก่งฉลาดเลิศไปหมดซะขนาดนั้น แต่จริงๆแล้วคาแร็คเตอร์ตัวนี้สำหรับเรา เราว่าเธอมีความเด่นที่ไม่ใช่ความฉลาด แต่เป็นสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด ความยึดมั่นในความดี และการกล้าตัดสินใจ ในขณะเดียวกัน เราก็แอบรำคาญตัวพระเอกเล็กน้อย (ซึ่งคนอ่านต้องไปเดากันเอาเองว่าเป็นใคร) เพราะบทบาทน้อยมาก นอกจากความรักที่มีให้นางเอกแบบฟุ่มเฟือยเหลือเกิน เล่มสามอาจดูหลุดขอบไปบ้าง เพราะเริ่มเว่อร์เกิน แต่ก็ทำให้พล็อตดูยิ่งใหญ่เหมาะกับความเป็นหนังสือไตรภาคดี

หนังสือชุดนี้ (โดยเฉพาะเล่มแรก) ได้รับรางวัลมาเยอะมาก และยังโด่งดังขนาดทำเป็นหนังแล้วด้วย.. ส่วนฉบับแปลภาษาไทย 2 เล่มแรก คือ เกมล่าชีวิตกับปีกแห่งไฟ ได้ข่าวมาว่าฉบับแปลทั้งสองเล่มในครั้งแรกนั้น มีปัญหาค่อนข้างเยอะ ทางสนพ.ก็เลยต้องมีการเปลี่ยนผู้แปลใหม่ ซึ่งก็ได้ยินมาว่าดีขึ้น พอเล่ม 3 (ม็อกกิ้งเจย์) ก็เลยแปลโดยผู้แปลรอบหลังของสองเล่มแรก (คือคุณนรา สุภัคโรจน์) ลองหาอ่านกันดูนะคะ

Cinderella (Bloodhound, Hunting the Lion, Sagittarius)/BiscuitBus

มี 3 ภาค คือ 
- Bloodhound 
- Hunting the Lion
- Sagittarius
พิมพ์ครั้งแรก สนพ. ทวีสาส์น ปี พ.ศ. 2555-2556
(1,728 หน้า) 
พิมพ์ครั้งที่ 3 สนพ. อรุณ ปี พ.ศ. 2559 
(1,519 หน้า)

ก่อนอื่นเลยคือต้องบอกว่าหนังสือชุดนี้น่าทึ่งมาก มีความอินเตอร์ มีความเท่ ตัวละครโดดเด่นและชวนให้อยากติดตามมาก แม้ตัวเอกของเรื่องจะเป็นแค่เด็กสาวในวัยมัธยม แต่นักเขียนกลับทำให้เราทึ่งในการใช้ตรรกะและสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดของเธอมาก

หนังสือชุดนี้ มีทั้งหมด 3 ภาคด้วยกัน เรียงตามลำดับคือ Bloodhound, Hunting the Lion, และ Sagittarius เป็นการเล่าเรื่องการดำรงชีวิตอยู่ในโลกที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดของเด็กสาวมัธยมคนหนึ่ง โดยใช้ฉากและตัวละครทั้งหมดเป็นชาวอเมริกันที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้น ผู้เขียนจึงเลือกใช้วิธีการเขียนที่ออกสำนวนแบบนิยายแปลฝรั่ง ซึ่งขอชมเลยว่าทำได้ดีมาก ความแปร่งในสำนวนการเล่ามีความเนียนมากจนเหมือนการแปลมาจากอีกภาษาจริงๆ

ในด้านพล็อตนั้น นางเอกเรื่องนี้ เธอไม่ได้มีชีวิตแบบเด็กๆในวัยเดียวกันส่วนใหญ่ แต่เธอต้องช่วยพ่อทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็น “หมาล่าเนื้อ” หรือรับจ้างลักพาคนไปให้ผู้ว่าจ้าง และเมื่อพ่อของเธอถูกยิงเสียชีวิตไป เธอก็ต้องกระโจนลงมาทำงานแบบนี้เต็มตัว ซึ่งความช่างสังเกต สัญชาตญาณในการเอาตัวรอด และตรรกะในการตั้งสมมติฐานและอนุมาน (deduction ability) ของนางนั้นจัดได้ว่าอยู่ในขั้นสุดยอด ซึ่งคนแต่งทำได้ดีในการทำให้คนอ่านรู้สึกและเชื่อในความสามารถของตัวละครได้จริงๆ แถมโครงเรื่องที่เล่าแบบค่อยๆปล่อยมาทีละจุด แต่กลับเชื่อมโยงกันได้แบบไม่น่าเชื่อ ก็ทำให้เรารู้สึกประทับใจกับหนังสือชุดนี้มากๆ

เรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่นางเอกนะคะ เพราะชื่อเรื่องก็น่าจะเดาได้ว่าพระเอกควรจะต้องเป็นเจ้าชายซักคนที่มาอ่อย เอ๊ย ที่มาพิชิตหัวใจนางเอกได้ ดังนั้น พระเอกจึงต้องรูปหล่อ พ่อรวยแบบเจ้าชายของซินเดอเรลล่านั่นแหละ เพียงแต่..เจ้าชายคนนี้ก็จะมาแบบมีความดำมืดในตัวเยอะนิดนึง อันตรายหน่อยๆ (จริงๆก็ไม่หน่อยเท่าไหร่) เพลย์บอยเบาๆ แม้บทจะไม่โดดเด่นเท่านางเอก แต่ก็มีสีสันแพรวพราวไม่น้อยเลย

ไม่ได้ลำเอียงเลยนะ เราว่าหนังสือชุดนี้ ดีพอจะไปสู้กับวรรณกรรมเยาวชนต่างประเทศได้สบายๆเลย แม้เราจะอ่านฉบับที่เป็นพิมพ์ทำมือและมีการเว้นวรรคผิด/สะกดผิด/สลับคำเยอะอยู่บ้าง แต่อรรถรสก็ยังมาเต็มมากค่ะ ประทับใจหนังสือชุดนี้มากมาย ขนาดหยิบมาอ่านซ้ำ ความรู้สึกสนุกและทึ่งก็ยังอยู่เต็มค่ะ

ให้คะแนน 10/10 ค่ะ

ปล. ขออนุญาตจัดหนังสือชุดนี้อยู่ในหมวดวรรณกรรมเยาวชนเองเลยละกันนะคะเพราะนางเอกเด็กเหลือเกิน และอ่านแล้วก็แอบนึกถึงหนังสือชุด Hunger Games อยู่เบาๆ