ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะเป็นลิ่วล้อตัวร้ายแล้วล่ะ #น้องเหน่ยละ/เมพหมี (จตุรดา-เอื้องอลิน)

สนพ.จตุรดา พุ่มจันทร์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2563
447 หน้า

นางเอกป่วยตายตอนอายุสามสิบ แล้วเพราะเหตุอะไรก็ไม่รู้ทำให้เธอไปอยู่ในโลกนิยายของเพื่อนรักที่เคยเขียนไว้ แถมตัวที่เธอไปเกิดในนิยายนั้น ดันเป็นลิ่วล้อของตัวร้ายทั้งๆที่เกิดมาในครอบครัวที่แสนจะอบอุ่นและมีความสุข เธอก็เลยต้องพยายามหาทางทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากพล็อตที่เพื่อนของเธอเคยเขียนไว้ให้ได้ เพราะไม่อยากจะมีจุดจบแบบในนิยายที่เพื่อนของเธอเคยเขียนเอาไว้

นิยายเรื่องนี้มีประเด็นให้พูดถึงเยอะมาก เริ่มจากชื่อเรื่องที่ยาวเหมือนนิยายจีน พล็อตไปเกิดใหม่ในโลกนิยายก็เหมือนนิยายจีน แต่การเกิดใหม่ในโลกนิยายนั้น กลับเป็นนิยายที่อิงยุคสมัยวิคตอเรียของอังกฤษ และเล่าเรื่องราวออกไปทางแฟนตาซีที่ทำให้นึกถึงวรรณกรรมเยาวชนที่เคยโด่งดังของไทยอย่างหัวขโมยแห่งบารามอส แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ทัศนคติของตัวละครคือสิ่งที่โดดเด่นออกมาแบบชัดเจนมาก

เพราะนางเอกเป็นหญิงสาวในยุคปัจจุบัน เมื่อต้องไปอยู่ในยุควิคตอเรียที่ผู้หญิงยังถูกกดไว้ด้วยขนบหลายๆอย่าง ความคิดของเธอก็เลยเรียกได้ว่าหัวก้าวหน้าก็ได้ ขบถก็ไม่ผิด แม้เธอจะพยายามปฏิบัติตามกรอบธรรมเนียมของยุคสมัย แต่ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ เธอก็พร้อมที่จะทำอะไรบางอย่างไปทีละเล็กละน้อยเพื่อให้มีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องความเท่าเทียม ซึ่งไม่เฉพาะในเรื่องของเพศสภาพ แต่ยังในเชิงของความเป็นมนุษย์ด้วยกัน โดยอาศัยประสบการณ์จากที่เคยประสบเมื่อชาติที่แล้ว ที่ผู้เขียนเล่าในเชิงประชดประชันเสียดสีได้ทั้งแบบมีอารมณ์ขันและแบบจุกๆในอก (และดูจะถือโอกาสพยายามสร้างประเทศในอุดมคติในนิยายตัวเองไปซะเลย)

แน่นอนว่าเพราะเป็นโลกแห่งนิยาย ครอบครัวของนางเอกก็เลยมีพร้อมทั้งเงินทองและบรรดาศักดิ์ แถมยังเป็นครอบครัวที่แสนอบอุ่น ส่วนพระเอกก็คือพระรองในนิยายของเพื่อนรักที่เธอเคยเชียร์ พอได้กระโดดลงมามีบทบาทเอง ก็เลยใจอ่อนง่ายนิดนึง อายุแก่กว่านางเอก 7 ปี แต่ถ้านับว่านางเอกตายตอนอายุ 30 ความคิดแบบผู้ใหญ่ของนางเอกกับอายุของพระเอกก็เลยเหมาะกันพอดี แถมพระเอกนั้นไม่ใช่แค่หล่อ แต่ยังเป็นมหาเศรษฐีเชื้อพระวงศ์ที่มีแนวคิดขบถแบบผิดยุคสมัยมาก และที่สำคัญคืออ่อยแรงเว่อร์ ช่วงพระนางเขาจีบกัน คนอ่านเลยได้กรีดร้องขวยเขินแทนนางเอกไปตลอดทาง

ยังมีประเด็นทางศาสนาและการเมืองที่ผู้เขียนหยิบเอามาใส่อีกด้วย ก็เลยได้อ่านฉากต่อสู้และความตื่นเต้นในเชิงสืบสวนสอบสวนในพล็อตด้วย แต่ดันจบแบบยังไม่จบ ปริศนาทิ้งไว้ให้เป็นคำถามปลายเปิดหรือตั้งใจจะเขียนภาคต่อ อันนี้คือไม่ทราบเลย

เราอาจจะไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดของนางเอกในทุกเรื่อง เพราะเธอดูจะใช้บรรทัดฐานของตัวเองในการตัดสินหลายๆสิ่งรอบตัวมากไปหน่อย แต่ก็เป็นการอ่านที่สนุกและมีประเด็นที่น่าสนใจเยอะดี มีไดอะล็อกหลายอันที่อ่านแล้วรู้สึกจุกในอก ส่วนการเกลี่ยน้ำหนักในเรื่องของความฟินของคู่พระนางและการแสดงจุดยืนของตัวละครก็ทำได้ดีทีเดียวค่ะ

ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

หนังสือชุด รักข้ามฟ้า (เอื้อมอโณทัย / เนวิกา และ ใยกุหลาบ / ธัญภร)

มี 2 เรื่อง คือ
- เอื้อมอโณทัย / เนวิกา 
พิมพ์ปี 2559 : 616 หน้า
- ใยกุหลาบ / ธัญภร 
พิมพ์ปี 2559 : 472 หน้า 
สนพ.ที่รัก

หนังสือชุด “รักข้ามฟ้า” พูดถึงการข้ามขอบฟ้ามาพบรักกันของตัวละครเอก จึงทำให้เดินเรื่องด้วยฉากและพล็อตในต่างประเทศเป็นหลัก โดยเรื่อง “เอื้อมอโณทัย” จะเป็นเรื่องราวความรักในสาธารณรัฐเช็ก และ “ใยกุหลาบ” จะเป็นเรื่องราวในสกอตแลนด์

“เอื้อมอโณทัย” เป็นเรื่องของหนุ่มสาวชาวไทยทั้งคู่ โดยฝ่ายชายเป็นลูกหนี้ฝ่ายหญิงจากหนี้สินที่พ่อของเขาเป็นผู้ก่อไว้ จึงทำให้ต้องระเห็จระเหินเร่ร่อนไปไกลถึงสาธารณรัฐเช็กเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ ในขณะที่ฝ่ายหญิงเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลดังที่จับธุรกิจหลายอย่าง รวมถึงการปล่อยเงินกู้ ทั้งคู่เจอกันโดยเริ่มต้นจากการที่ฝ่ายหญิงต้องทำหน้าที่ตามทวงหนี้ให้ธุรกิจครอบครัวแต่กลับประสบเหตุที่มีคนมุ่งหวังเอาชีวิตเธอ และเขาคือคนที่เธอตัดสินใจเลือกให้มาช่วยคลี่คลายคดีเพราะเธอมองเห็นแววความเฉลียวฉลาดในตัวเขา

แม้ตอนอ่านจะติดขัดอยู่บ้างกับการเน้นย้ำถึงไอคิว 150 ของพระเอกหรือความเป็นคนหัวดีจนถึงขั้นได้ทุนของเขา ที่ผู้เขียนดูจะใช้เป็นมาตรสำหรับวัดความสามารถในการประสบความสำเร็จของตัวละคร ซึ่งโดยส่วนตัวเรามองว่าไม่ได้จำเป็นต้องแปรผันตรงกับความเฉลียว ไหวพริบ และการรู้จักเอาตัวรอดในการใช้ชีวิตจริง แต่ก็มีหลายจุดของนิยายเรื่องนี้ที่เราค่อนข้างประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นการแทรกบรรยากาศของเมืองเช็กได้แบบเนียนๆไปกับการดำเนินเรื่องของตัวละครที่ถือว่าเป็นการเกลี่ยน้ำหนักได้ลงตัวมากๆ ความฉลาดและคิดเป็นของตัวละคร (โดยเฉพาะตัวพระและตัวนาง) การสร้างเงื่อนและความสงสัยให้กับคนอ่านและเพิ่มความตึงเครียดให้กับพล็อตได้มากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งถึงจุดพีคของเรื่องที่สุดท้ายแล้วก็ไขปมได้ค่อนข้างหมดจด บทหวานอาจจะมีไม่มากนัก แต่ก็มองเห็นถึงความหวานที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศได้เป็นช่วงๆ โดยเฉพาะเวลาคุณพระเอกเธออยากจะหวานขึ้นมา แต่สิ่งที่ชอบที่สุดคือการที่ตัวละครรู้จักรักตัวเอง รู้จักคิด และไม่เสี่ยงทำอะไรบุ่มบ่าม เพราะตระหนักรู้ถึงความรู้สึกของคนที่รักเราว่าจะต้องเสียใจแค่ไหนหากเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา จึงนับว่าเป็นหนึ่งในนิยายที่ประทับใจอีกเรื่องค่ะ

เรื่องนี้ ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

ส่วน “ใยกุหลาบ” เป็นตัวละครต่างชาติทั้งหมด และเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนสกอตแลนด์ โดยมีสาวสวยที่ได้พบรักกับหนุ่มหล่อ ได้แต่งงานและน่าจะจบลงที่ความสุขตลอดไป แต่อยู่ดีๆสามีของเธอก็หายไป ทำให้เธอที่ตัดสินใจเลือกการแต่งงานแทนการเรียนต่อทั้งๆที่อายุยังน้อยมากในขณะนั้นหาทางไปต่อแทบไม่ถูก แต่แล้วในขณะที่เธอกำลังพยายามจะลืมเขา..ก็เกิดมีผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนสามีเธอทุกประการโผล่ขึ้นมาพร้อมกับฝาแฝดของเขา โดยไม่มีท่าทางว่าจะรู้จักกับเธอ (แถมยังมีคู่หมั้นแสนสวยอยู่ข้างตัวด้วย) แต่แฝดของเขากลับเข้ามาวอแวเธอจนเธอเริ่มจะใจอ่อนอีกหน แต่ก็ยังต้องพยายามไขปริศนาการหายไปของสามีเธอและเหตุบังเอิญในความเหมือนของชายหนุ่มที่เธอได้พบเจอ

เราชอบพล็อตแนวนี้ เพราะได้กลิ่นดราม่าลอยตามลมมาเลย การที่อยู่ดีๆสามีที่รักมากหายไป แล้วกลับมาจ๊ะเอ๋เจอกันอีกหนแบบที่ไม่มีท่าทางว่าจะรู้จักเธอ แถมยังหนีบคู่หมั้นแสนสวยมาด้วย มั่นใจได้เลยว่าจะต้องมีการบิ้ลท์อารมณ์ความเจ็บปวดของตัวละครแน่ๆ แต่เรากลับรู้สึกว่าผู้เขียนยังไม่สามารถขยี้อารมณ์ของตัวละครให้ไปถึงจุดที่คนอ่านรู้สึกเจ็บไปกับตัวละครได้ขนาดนั้น ปริศนาของสองแฝดก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ความลึกลับที่ผู้เขียนอยากจะให้คนอ่านต้องขบคิดตีความเท่าไหร่นัก เพราะดูจะสปอยล์คนอ่านนิดๆมาตั้งแต่ตอนเขียนคำนำ จึงทำให้อารมณ์ลุ้นกับการไขปริศนาในจุดนี้ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ในส่วนตอนต้นของเนื้อเรื่องช่วงพบรักในช่วงแรกของคู่สามีภรรยา เราก็มองว่าดูเป็นส่วนเกินจนถ้าจะมองว่าไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดขนาดนี้ แต่แค่เล่าในลักษณะย้อนหลังก็น่าจะทำได้ เพราะยังไงมันก็ดูรวบรัดและไม่ค่อยมีพล็อตอะไรมากมายเท่าไหร่อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เรากลับชอบตัวละครแฝดหนุ่มคนที่มาวุ่นวายกับนางเอก เพราะรู้สึกว่าเขาโดดเด่นขึ้นมาจนเห็นได้ชัดจากความเป็นคนชัดเจนกับตัวเอง เปิดเผยความรู้สึก และความมีชีวิตชีวา ที่ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราอยากจะอ่านและติดตามต่อไปว่าความรักของเขาจะจบลงยังไง

เรื่องนี้ ให้คะแนน 6/10 ค่ะ

Wonderful Love ร่างใหม่…ไม่ไร้รัก/กลางกันยา

สนพ.กลางกันยา พิมพ์ปี พ.ศ. 2563
644 หน้า (e-book)

นางเอกเป็นสาวเก่ง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานแต่กลับมีปัญหาในชีวิตครอบครัวเพราะสามีเจ้าชู้ และเพราะเหตุสามีเจ้าชู้นี่แหละ ก็เลยทำให้เธอประสบอุบัติเหตุพร้อมๆกันกับกิ๊กของสามีและทำให้วิญญาณเธอหลุดออกจากร่าง ไปเข้าร่างของนักศึกษาสาวที่เป็นกิ๊กของสามีเธอแทน ดังนั้นเมื่อฟื้นกลับมา เธอจึงต้องไปอาศัยอยู่กับครอบครัวของนักศึกษาสาวที่นอกจากจะสวย เซ็กซี่ และร่ำรวยถึงขนาดเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูแล้ว เธอยังได้เจอกับพี่ชายลูกบุญธรรมของครอบครัว ที่เคยเป็นคู่อริกับสาวน้อยมาแต่ไหนแต่ไรอีกด้วย

เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนเลย เล่าเรื่องง่ายๆ ไม่มีดราม่าอุปสรรคใดๆ สาวอายุ 36 ปีที่มาใช้ชีวิตในร่างของนักศึกษาสาวปีสี่ สามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้แบบชิลๆ แถมความรักในร่างใหม่ก็แสนจะปูด้วยกลีบกุหลาบ หญ้าอ่อนอายุ 30 ปีดันเป็นหนุ่มหล่อที่เอาใจเก่งและชัดเจนในเรื่องความรักมาก แต่ถึงจะไร้ปมและอุปสรรค นักเขียนก็เล่าเรื่องง่ายๆได้สนุกและเพลินมาก พล็อตหวานๆของคู่พระนางไม่ได้หวานเกินจนรู้สึกเลี่ยน เพราะตัวละครมีความเป็นผู้ใหญ่ทั้งคู่ และการเล่าเรื่องได้กระชับ ไม่ออกทะเลไปไกลเกิน ก็เลยไม่ทันได้เบื่อ จัดว่าเป็นเรื่องรักหวานๆที่ย่อยง่ายและไม่เลี่ยนจนเกินไปดีค่ะ

ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

พระหมื่นปีหนีรัก/นปภา

สนพ.ปองรัก  ปี พ.ศ. 2563
845 หน้า (2 เล่มจบ)  

เป็นเรื่องของสาวไทยที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และวิญญาณถูกพาไปยังอีกโลกหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายจีนโบราณ และต้องไปรับบทบาทเป็นพระหมื่นปีให้ชาวเมืองยกย่องกราบไหว้ แต่เมื่อต้องมาพบรักกับท่านอ๋องรูปงาม ความรักของทั้งคู่ก็ต้องพบกับอุปสรรคมากมาย

พล็อตย่อยต่างๆน่ารักดี มีความโรแมนติกโคเมดี้ เล่าด้วยอารมณ์ขันและใช้สำนวนภาษาไทยปนจีนโบราณ เพราะนางเอกเป็นวิญญาณสาวไทยที่ยังจดจำชาติภพเก่าได้อยู่

เริ่มต้นเรื่องก็จะงุนงงว่าตัวละครจากไหนต่อไหนโผล่มาแบบลึกลับเยอะแยะหลายตัว แต่พอเหลือแค่ตัวละครหลักๆก็จะงงน้อยลง ไทม์ไลน์การเล่าเรื่องก็จะมีการย้อนกลับไปมาอยู่บ้าง จึงต้องตั้งสติในการอ่านไปด้วย ตัวละครหลักก็มีเสน่ห์ในระดับหนึ่งแม้จะแอบดูซ้ำๆไปหน่อยทั้งตัวพระและตัวนาง แต่พล็อตหลักที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องคือดูออกทะเลไกลไปพอสมควร มีความเว่อร์วังและตรรกะไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก แล้วก็ไม่ค่อยไปในทิศทางเดียวกับตอนช่วงต้นๆของเนื้อเรื่องเท่าไหร่ด้วย ช่วงท้ายๆเลยมีความแผ่วไปหน่อย

ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ SS1/ไป๋ชิงหง

สนพ.ไป๋ชิงหง-白猩红 ปี พ.ศ. 2562 
559 หน้า (e-book) 

อีกหนึ่งนิยายอีโรติกรักวัยรุ่นที่อ่านแล้วเข้าท่าดี ก็จะเป็นเรื่องเล่าของนักศึกษามช.คณะวิศวะ ที่พูดถึงระบบการรับน้องแบบโซตัส การเรียนการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ชมรมกีฬา และ e-sports โดยทั้งคู่พระนางเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในคณะเดียวกัน เป็นกลุ่มเด็กเรียนที่เรียนดีกิจกรรมเด่นแถมยังหน้าตาดีด้วย

นักเขียนบรรยายบางสิ่งบางอย่างค่อนข้างละเอียดจนอาจไปถึงเยิ่นเย้อมากไปซักนิด การเปลี่ยนบทก็ปุบปับฉับไวจนคนอ่านสลับฉากในหัวแทบไม่ทัน และตัวละครบางตัวก็ถูกโปรยทิ้งไว้เหมือนลืม แต่ภาพรวมกลับอ่านสนุกและเพลินมาก เพราะตัวละครน่ารักมีสีสัน เสน่ห์ของบทพูดอ่านแล้วเป็นธรรมชาติ การเชื่อมโยงเรื่องราวกับข่าวสารและสถานการณ์ปัจจุบันทำให้คนอ่านเห็นภาพได้ง่าย ความหวานระหว่างคู่พระนางน่ารัก มิตรภาพระหว่างเพื่อนน่าประทับใจ และบทรักก็มาในจังหวะที่กำลังดีและไม่น่าเกลียด

ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

รอเวลารัก/ภาพิมล

สนพ.ดีบุ๊คส์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2562
389 หน้า

เรื่องรักต่างวัยของหญิงม่ายหนึ่งลูกติดกับเพื่อนสนิทน้องชายที่เธอเคยเกลียดจนต้องจัดการให้น้องชายย้ายโรงเรียนเพื่อให้ห่างออกมาจากเพื่อน นักเขียนเริ่มต้นด้วยบรรยากาศเย้ายวนของแรงดึงดูดระหว่างคู่พระนางที่นางเอกพยายามผลักไส ตามด้วยดราม่าครอบครัวทั้งจากครอบครัวนางเอกและอดีตสามี และครอบครัวจากฝั่งพระเอกเอง เลยทำให้ได้บรรยากาศซึ้งๆและอบอุ่นในช่วงหลัง

แม้จะมีบางฉากบางตอนที่รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินของเรื่องอยู่บ้าง แต่เราชอบการเล่าเรื่องที่รู้สึกเหมือนได้ตามติดชีวิตตัวละคร ได้ลุ้นไปกับการแก้ปัญหาของทั้งคู่ และรู้สึกถึงการเติมเต็มในชีวิตของกันและกันของคู่พระนาง อุปสรรคอาจจะดูจัดการได้ง่ายไปซักนิด แต่ก็ได้ความอบอุ่นหัวใจดีค่ะ จัดเป็นนิยายดราม่าที่ฟีลกู๊ดดีค่ะ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

Lost (My Heart) in Lijiang หลง (รัก) ณ ลี่เจียง/ทิวเขาสีฟ้า

สนพ.ทิวเขาสีฟ้า พิมพ์ปี พ.ศ. 2563
477 หน้า

เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นจากการเดินทางที่เล่าได้น่ารักมาก นางเอกทำงานเป็นเลขาอยู่ในบริษัทที่มีเจ้านายเป็นคนจีน และเธอได้รางวัลที่หนึ่งจากงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัท ได้รางวัลเป็นทริปไปกลับลี่เจียงหนึ่งอาทิตย์ช่วงตรุษจีน ซึ่งแน่นอนว่าคนงกอย่างเธอ ถึงแม้จะพลาดการได้อั่งเปาจากครอบครัว แต่การได้ไปกินฟรีเที่ยวฟรีกับเจ้านายสาวหนึ่งอาทิตย์ในเมืองแสนสวยอย่างลี่เจียง เธอย่อมไม่ยอมพลาดโอกาสแน่นอน แต่ใครจะรู้ว่านั่นคือการเปิดโอกาสให้เธอได้มีวันเวลาที่ดีๆกับหลานชายรูปหล่อของเจ้านายของเธอจนทำให้ไม่อยากกลับเมืองไทยเลยทีเดียว

นักเขียนเล่าเรื่องได้สนุกและน่ารักมากเลยค่ะ ถึงแม้คู่พระนางจะดูเก่งเว่อร์วังใครเห็นก็รักก็หลง แต่คนอ่านเองก็อ่านแล้วชอบคาแร็คเตอร์ของตัวละครมาก ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวคู่พระนางเท่านั้น แต่ตัวละครอื่นๆก็ล้วนมีความโดดเด่นที่ทำให้คนอ่านอ่านไปด้วยความเพลิดเพลินได้ไม่ยากเลย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนรักนางเอก บรรดาครอบครัวพระเอก เพื่อนพระเอก หรือแม้แต่บอดี้การ์ดของครอบครัวพระเอก พล็อตย่อยที่วางน้ำหนักในเรื่องเที่ยวกับเรื่องหวานๆระหว่างคู่พระนางก็ทำได้แบบลงตัว และยังเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันในการเล่า โดยเฉพาะบรรดาแชตทั้งหลายที่นักเขียนใช้ในการจบแต่ละบท จัดว่าทำได้เข้าท่าและน่ารักมาก

ทั้งหมดนั้นแทบจะไม่มีอะไรติดขัด ยกเว้นเรื่องเดียว คือเรื่องรักของหลานสาวพระเอกที่อายุแค่ 10 ปี กับรักต่างวัยที่นักเขียนคงปูไว้รอเขียนในโอกาสหน้า แต่..ฉากหวานๆของคู่นี้ อ่านแล้วก็ตะขิดตะขวงใจชอบกล ดูแก่แดดเกินอายุไปมากอยู่ เลยเป็นคู่ที่ไม่ค่อยอินเท่าไหร่

โดยรวมแล้วคืออ่านสนุกและเพลินมาก จัดมาครบรสทั้งบรรยากาศสวยๆ อารมณ์หวาน ซึ้ง ตื่นเต้น และโดยเฉพาะอารมณ์ขันแบบน่ารักที่แทรกมาเป็นระยะๆ ที่ทำได้กลมกล่อมทีเดียวค่ะ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

ใต้ร่มไม้เลื้อย/ปิยะพร ศักดิ์เกษม

พิมพ์ครั้งที่ 2 สนพ.ดอกหญ้า ปี พ.ศ. 2540 (496 หน้า)
พิมพ์ครั้งที่ 6 สนพ.อรุณ ปี พ.ศ. 2556 (491 หน้า)

เรื่องราวความสัมพันธ์ของคนคู่หนึ่ง ที่ผู้เขียนบอกว่าได้ประกายความคิดมาจากประโยคหนึ่งของเรื่อง ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่ ที่แปลโดย น.นพรัตน์ ที่ว่า “กุหลาบเพียงหนึ่งเดียวที่ไร้หนาม คือความรักระหว่างมิตร”

เป็นนิยายที่พูดถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อนต่างเพศ ที่เกิดขึ้นนับแต่วัยเด็ก และผูกพันสานต่อกันมาจนถึงวัยเติบใหญ่ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลกัน ฝ่ายชายเปรียบเสมือนไม้ใหญ่ที่ทำหน้าที่หยัดยอดและหยั่งราก ทะเยอทะยาน เข้มแข็ง และพร้อมจะก้าวพุ่งไปยังอนาคตที่สูงขึ้นๆ และฝ่ายหญิงก็เปรียบเสมือนไม้เลื้อย ที่ดูอ่อนแอเปราะบาง แต่กลับสามารถถักเถาเพื่อให้เงาที่ร่มครึ้มและเยือกเย็น เพราะเธอเกิดมาเพื่อเสียสละ และคอยเผื่อแผ่ให้ความรักและความสงบสุขกับผู้คนทั่วไปได้อย่างน่าชื่นชม

เป็นการพูดถึงความทะเยอทะยานของฝ่ายหนึ่ง กับความอ่อนน้อมและเยือกเย็นของอีกฝ่ายหนึ่งได้น่าติดตามมาก และแม้จะเป็นเรื่องที่แทบไม่มีความหวานระหว่างคู่พระนางเลย แต่กลับทำให้เรารู้สึกประทับใจไปกับความรักของทั้งคู่ เป็นความจับใจในความผูกพันของตัวละคร และสามารถฝากความลึกซึ้งของอารมณ์ไว้ได้แม้เมื่ออ่านจบไปแล้วก็ตาม เป็นเรื่องที่ทำให้ร้องไห้และซาบซึ้งไปกับความรู้สึกของตัวละครได้ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาอ่านจริงๆ

ให้คะแนน 10/10 ค่ะ

เรือนศิรา/ปิยะพร ศักดิ์เกษม

พิมพ์ครั้งแรก สนพ.ดอกหญ้า ปี พ.ศ. 2539 (763 หน้า)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สนพ.ดอกหญ้า ปี พ.ศ. 2540 (763 หน้า)
พิมพ์ครั้งที่ 6 สนพ. อรุณ ปี พ.ศ. 2556 (815 หน้า) 

เป็นเรื่องราวรุ่นลูก ต่อจาก “ใต้ร่มไม้เลื้อย” ที่พูดถึงหญิงสาวที่เติบโตมาด้วยความรักและความตามใจจากแด๊ดดี้ ผู้ชายที่ไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับตัวเองเลย ในขณะที่ความโกรธและคับแค้นใจที่มีต่อบิดาบังเกิดเกล้าของตัวเองก็มีอยู่แบบเปี่ยมล้นจนปฏิเสธที่จะรับฟังความคิดเห็นอื่นจากใครๆ จนถึงวันที่สายเกินไปที่จะได้กล่าวคำให้อภัยต่อกัน เพราะบิดาของเธอเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่เขาได้ทำพินัยกรรมยก “เรือนศิรา” ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงของมารดาของเธอไว้ให้เธอ พร้อมกับการให้เธอเป็นผู้ปกครองของเด็กหญิงลูกสาวของเขากับภรรยาใหม่ที่ตอนนี้นอนนิ่งเป็นเจ้าหญิงนิทราจากอุบัติเหตุดังกล่าว ร่วมกันกับพี่ชายที่เกิดจากภรรยาใหม่ของบิดากับสามีเก่าของเธอ

เรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละคร ก็จะดูอีรุงตุงนังเกี่ยวพันกันเยอะนิดนึง และเพื่อจะอ่านให้อินก็ควรจะได้อ่านเรื่องใต้ร่มไม้เลื้อยก่อนหน้ามาด้วย จัดเป็นอีกเรื่องของผู้เขียนที่สะท้อนให้เห็นถึงความยึดมั่นถือมั่นในบางสิ่งบางอย่างที่มากเกินไปของตัวละคร จนทำให้เกิดผลกระทบและการเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองตามมา เนื้อเรื่องอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับคดีอุบัติเหตุ การเข้ามารับเรือนศิราที่เป็นมรดกจากพินัยกรรมของนางเอก การให้ความช่วยเหลือน้องสาวต่างมารดาที่ตอนนี้นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ และความรักที่กลายมาเป็นความเข้าใจผิดของคู่พระนาง ดังนั้นนิยายก็เลยหนามากและรายละเอียดเยอะมากจนทำให้รู้สึกอึดอัดเวลาที่อ่านเจอบางจุดที่รู้สึกว่าเป็นความยืดเยื้อไปหน่อย แต่ถือเป็นเรื่องที่อ่านได้สนุกที่มาพร้อมสาระดีๆค่ะให้

คะแนน 8/10 ค่ะ

ไฮโซติดเกาะ All Seasons with Love / รัศมีจันทร์

มี 3 ภาค คือ
- สายลมแห่งฤดูหนาว : 730 หน้า (2 เล่ม)
- เปลวแดดกลางฤดูร้อน : 643 หน้า (2 เล่ม) 
- ฝนพรำในวสันตฤดู : 643 หน้า (2 เล่ม)
พิมพ์ปี 2557 สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม

หยิบหนังสือชุดนี้มาอ่านอีกครั้งหลังจากอ่านครั้งแรกไปเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว และจำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่าไม่ชอบเลย แต่เมื่อเร็วๆนี้เห็นรีวิวของคนอื่นว่าสนุก เลยอดไม่ได้ขอหยิบมาอ่านอีกรอบ ปรากฎว่ารู้สึกอ่านได้สนุกกว่ารอบที่แล้วแฮะ

เป็นเรื่องราวของทายาทอภิมหาเศรษฐี ที่ถูกบิดาทิ้งพินัยกรรมพิลึกพิลั่นไว้ ให้รับแค่ห้องชุดบนคอนโดมิเนียมหรู และที่ดินร้อยกว่าไร่บนเกาะที่ไกลแสนไกลในจังหวัดตราด และเพราะทั้งชีวิตเธอไม่เคยทำงาน เรียนหนังสือก็ไม่จบ เธอก็เลยกลายเป็นบุคคลล้มละลายและมีหนี้สินมหาศาลหลังจากบิดาเสียชีวิต และทางรอดทางเดียวที่เธอคิดได้คือการเข้าไปพัฒนาที่ดินร้อยกว่าไร่ของเธอที่เกาะกูดเพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นที่ที่เธอจะสามารถทำกำไรจากมันได้ และที่นี่ เธอก็เลยได้พบกับหนุ่มบ้านนอกรูปหล่อที่แต่งตัวเหมือนคนงาน แต่จริงๆเป็นเจ้าของรีสอร์ทบนเกาะกูดที่เธอต้องขอความช่วยเหลือจากเขาตลอด

เหมือนดูเรียลลิตี้โชว์แบบตามติดชีวิตสาวไฮโซที่มาเล่นเกมส์ survival ค่ะ ในระยะเวลา 12 เดือนปฏิทินที่ฤดูเปลี่ยนแปลงบนเกาะ พร้อมๆกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งกับที่ดินของเธอและตัวตนของเธอ นักเขียนก็เก่งเหลือเกินในการจับเอาทุกสิ่งอย่างที่สามารถเกิดขึ้นบนเกาะได้มาใส่ไว้จนครบถ้วนกระบวนความ นางเอกก็เลยเป็นหนูทดลองที่ได้เจอกับทุกสิ่งอย่างที่แม้แต่ชาวบ้านที่อยู่อาศัยกันปกติก็ยังแทบไม่เจอ รู้สึกได้เลยว่านักเขียนเก็บรายละเอียดเก่งและให้รายละเอียดได้แบบคนทำการบ้านมาดี แต่นั่นก็กลายเป็นข้อเสียที่ทำให้เนื้อเรื่องยาวมากและดูยืดเยื้อในบางจุด และวิธีการเล่าก็ค่อนข้างออกแนวการบอกเล่าข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวละครมากกว่าการสื่อสารอารมณ์จากตัวละคร ทำให้คนอ่านรู้สึกเหมือนมองภาพจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบการดูเรียลลิตี้โชว์ และลุ้นแค่ทำยังไงให้นางเอกเอาตัวรอดไปได้ แต่ไม่ได้ทำให้คนอ่านมีอารมณ์ร่วมแบบสุขหรือทุกข์ไปกับตัวละครได้มากเท่าไหร่ค่ะ แถมคำผิดก็ยังเยอะมาก และบางจุดก็ไม่รู้ว่าผิดเพราะพลั้งเผลอหรือเพราะสะกดไม่ถูกจริงๆ อย่างการทอดถอนใจว่า เฮ้อ.. แต่ใช้คำว่า เฮ้ย.. ทุกคำเลย อ่านๆไปก็ตกใจไป ว่าตัวละครเค้ากำลังทอดถอนใจหรือกำลังหาเรื่องใครอยู่กันแน่..

ให้คะแนน 6/10 ค่ะ