You’re the One หนึ่งแสนรัก/น้องลำดวน

สนพ.น้องลำดวน ปี พ.ศ. 2563 
460 หน้า (e-book) 

เป็นนิยายรักวัยรุ่นแนวอีโรติกที่เขียนตัวละครได้หม่นดี ทั้งคู่พระและนางมีชีวิตด้วยความยากลำบาก นางเอกโดนพี่สาวที่เป็นดาราทิ้งทันทีที่ย่าเสีย ต้องกัดฟันหาทางทุกทางเพื่อหาเงินส่งตัวเองทั้งเรื่องเรียนและเรื่องกินอยู่ เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆที่สู้เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ได้ต่อไป ส่วนพระเอกก็เจอความกดดันในครอบครัวจนถึงจุดที่คิดฆ่าตัวตาย แต่เป็นเพราะได้เจอคนที่เข้มแข็งแบบนางเอกช่วยฉุดรั้งความคิดนั้นไว้ และนั่นคือจุดแรกที่สองคนนี้ได้เจอกัน

ตัวละครมีมิติที่น่าสนใจ และนักเขียนเล่าเก่งในการพูดถึงความกดดันในชีวิตของทั้งคู่ รวมถึงความพยายามในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ แต่เนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีความหม่นอย่างเดียว ยังมีความน่ารักและอารมณ์ขันเบาๆในมิตรภาพของนางเอกกับเพื่อนสนิท (โดยเฉพาะช่วงที่ใช้ภาษาลู ที่คุยกันได้น่ารักมาก) ความตื่นเต้นจากเรื่องส่วนตัวของพระเอกที่ทำให้นางเอกต้องติดร่างแหเสี่ยงอันตรายไปด้วย ความหวานจากความรักของคู่พระนาง ฉากรักก็บรรยายได้ดี และสุดท้าย ชื่อของคู่พระนาง “แสนดี” กับ “ที่หนึ่ง” เค้ารวมความหมายกันเป็น “หนึ่งแสน”รัก ช่างคิดดีนะคะ

ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

รอเวลารัก/ภาพิมล

สนพ.ดีบุ๊คส์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2562
389 หน้า

เรื่องรักต่างวัยของหญิงม่ายหนึ่งลูกติดกับเพื่อนสนิทน้องชายที่เธอเคยเกลียดจนต้องจัดการให้น้องชายย้ายโรงเรียนเพื่อให้ห่างออกมาจากเพื่อน นักเขียนเริ่มต้นด้วยบรรยากาศเย้ายวนของแรงดึงดูดระหว่างคู่พระนางที่นางเอกพยายามผลักไส ตามด้วยดราม่าครอบครัวทั้งจากครอบครัวนางเอกและอดีตสามี และครอบครัวจากฝั่งพระเอกเอง เลยทำให้ได้บรรยากาศซึ้งๆและอบอุ่นในช่วงหลัง

แม้จะมีบางฉากบางตอนที่รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินของเรื่องอยู่บ้าง แต่เราชอบการเล่าเรื่องที่รู้สึกเหมือนได้ตามติดชีวิตตัวละคร ได้ลุ้นไปกับการแก้ปัญหาของทั้งคู่ และรู้สึกถึงการเติมเต็มในชีวิตของกันและกันของคู่พระนาง อุปสรรคอาจจะดูจัดการได้ง่ายไปซักนิด แต่ก็ได้ความอบอุ่นหัวใจดีค่ะ จัดเป็นนิยายดราม่าที่ฟีลกู๊ดดีค่ะ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

Lost (My Heart) in Lijiang หลง (รัก) ณ ลี่เจียง/ทิวเขาสีฟ้า

สนพ.ทิวเขาสีฟ้า พิมพ์ปี พ.ศ. 2563
477 หน้า

เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นจากการเดินทางที่เล่าได้น่ารักมาก นางเอกทำงานเป็นเลขาอยู่ในบริษัทที่มีเจ้านายเป็นคนจีน และเธอได้รางวัลที่หนึ่งจากงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัท ได้รางวัลเป็นทริปไปกลับลี่เจียงหนึ่งอาทิตย์ช่วงตรุษจีน ซึ่งแน่นอนว่าคนงกอย่างเธอ ถึงแม้จะพลาดการได้อั่งเปาจากครอบครัว แต่การได้ไปกินฟรีเที่ยวฟรีกับเจ้านายสาวหนึ่งอาทิตย์ในเมืองแสนสวยอย่างลี่เจียง เธอย่อมไม่ยอมพลาดโอกาสแน่นอน แต่ใครจะรู้ว่านั่นคือการเปิดโอกาสให้เธอได้มีวันเวลาที่ดีๆกับหลานชายรูปหล่อของเจ้านายของเธอจนทำให้ไม่อยากกลับเมืองไทยเลยทีเดียว

นักเขียนเล่าเรื่องได้สนุกและน่ารักมากเลยค่ะ ถึงแม้คู่พระนางจะดูเก่งเว่อร์วังใครเห็นก็รักก็หลง แต่คนอ่านเองก็อ่านแล้วชอบคาแร็คเตอร์ของตัวละครมาก ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวคู่พระนางเท่านั้น แต่ตัวละครอื่นๆก็ล้วนมีความโดดเด่นที่ทำให้คนอ่านอ่านไปด้วยความเพลิดเพลินได้ไม่ยากเลย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนรักนางเอก บรรดาครอบครัวพระเอก เพื่อนพระเอก หรือแม้แต่บอดี้การ์ดของครอบครัวพระเอก พล็อตย่อยที่วางน้ำหนักในเรื่องเที่ยวกับเรื่องหวานๆระหว่างคู่พระนางก็ทำได้แบบลงตัว และยังเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันในการเล่า โดยเฉพาะบรรดาแชตทั้งหลายที่นักเขียนใช้ในการจบแต่ละบท จัดว่าทำได้เข้าท่าและน่ารักมาก

ทั้งหมดนั้นแทบจะไม่มีอะไรติดขัด ยกเว้นเรื่องเดียว คือเรื่องรักของหลานสาวพระเอกที่อายุแค่ 10 ปี กับรักต่างวัยที่นักเขียนคงปูไว้รอเขียนในโอกาสหน้า แต่..ฉากหวานๆของคู่นี้ อ่านแล้วก็ตะขิดตะขวงใจชอบกล ดูแก่แดดเกินอายุไปมากอยู่ เลยเป็นคู่ที่ไม่ค่อยอินเท่าไหร่

โดยรวมแล้วคืออ่านสนุกและเพลินมาก จัดมาครบรสทั้งบรรยากาศสวยๆ อารมณ์หวาน ซึ้ง ตื่นเต้น และโดยเฉพาะอารมณ์ขันแบบน่ารักที่แทรกมาเป็นระยะๆ ที่ทำได้กลมกล่อมทีเดียวค่ะ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

ใต้ร่มไม้เลื้อย/ปิยะพร ศักดิ์เกษม

พิมพ์ครั้งที่ 2 สนพ.ดอกหญ้า ปี พ.ศ. 2540 (496 หน้า)
พิมพ์ครั้งที่ 6 สนพ.อรุณ ปี พ.ศ. 2556 (491 หน้า)

เรื่องราวความสัมพันธ์ของคนคู่หนึ่ง ที่ผู้เขียนบอกว่าได้ประกายความคิดมาจากประโยคหนึ่งของเรื่อง ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่ ที่แปลโดย น.นพรัตน์ ที่ว่า “กุหลาบเพียงหนึ่งเดียวที่ไร้หนาม คือความรักระหว่างมิตร”

เป็นนิยายที่พูดถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อนต่างเพศ ที่เกิดขึ้นนับแต่วัยเด็ก และผูกพันสานต่อกันมาจนถึงวัยเติบใหญ่ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลกัน ฝ่ายชายเปรียบเสมือนไม้ใหญ่ที่ทำหน้าที่หยัดยอดและหยั่งราก ทะเยอทะยาน เข้มแข็ง และพร้อมจะก้าวพุ่งไปยังอนาคตที่สูงขึ้นๆ และฝ่ายหญิงก็เปรียบเสมือนไม้เลื้อย ที่ดูอ่อนแอเปราะบาง แต่กลับสามารถถักเถาเพื่อให้เงาที่ร่มครึ้มและเยือกเย็น เพราะเธอเกิดมาเพื่อเสียสละ และคอยเผื่อแผ่ให้ความรักและความสงบสุขกับผู้คนทั่วไปได้อย่างน่าชื่นชม

เป็นการพูดถึงความทะเยอทะยานของฝ่ายหนึ่ง กับความอ่อนน้อมและเยือกเย็นของอีกฝ่ายหนึ่งได้น่าติดตามมาก และแม้จะเป็นเรื่องที่แทบไม่มีความหวานระหว่างคู่พระนางเลย แต่กลับทำให้เรารู้สึกประทับใจไปกับความรักของทั้งคู่ เป็นความจับใจในความผูกพันของตัวละคร และสามารถฝากความลึกซึ้งของอารมณ์ไว้ได้แม้เมื่ออ่านจบไปแล้วก็ตาม เป็นเรื่องที่ทำให้ร้องไห้และซาบซึ้งไปกับความรู้สึกของตัวละครได้ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาอ่านจริงๆ

ให้คะแนน 10/10 ค่ะ

เรือนศิรา/ปิยะพร ศักดิ์เกษม

พิมพ์ครั้งแรก สนพ.ดอกหญ้า ปี พ.ศ. 2539 (763 หน้า)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สนพ.ดอกหญ้า ปี พ.ศ. 2540 (763 หน้า)
พิมพ์ครั้งที่ 6 สนพ. อรุณ ปี พ.ศ. 2556 (815 หน้า) 

เป็นเรื่องราวรุ่นลูก ต่อจาก “ใต้ร่มไม้เลื้อย” ที่พูดถึงหญิงสาวที่เติบโตมาด้วยความรักและความตามใจจากแด๊ดดี้ ผู้ชายที่ไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับตัวเองเลย ในขณะที่ความโกรธและคับแค้นใจที่มีต่อบิดาบังเกิดเกล้าของตัวเองก็มีอยู่แบบเปี่ยมล้นจนปฏิเสธที่จะรับฟังความคิดเห็นอื่นจากใครๆ จนถึงวันที่สายเกินไปที่จะได้กล่าวคำให้อภัยต่อกัน เพราะบิดาของเธอเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่เขาได้ทำพินัยกรรมยก “เรือนศิรา” ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงของมารดาของเธอไว้ให้เธอ พร้อมกับการให้เธอเป็นผู้ปกครองของเด็กหญิงลูกสาวของเขากับภรรยาใหม่ที่ตอนนี้นอนนิ่งเป็นเจ้าหญิงนิทราจากอุบัติเหตุดังกล่าว ร่วมกันกับพี่ชายที่เกิดจากภรรยาใหม่ของบิดากับสามีเก่าของเธอ

เรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละคร ก็จะดูอีรุงตุงนังเกี่ยวพันกันเยอะนิดนึง และเพื่อจะอ่านให้อินก็ควรจะได้อ่านเรื่องใต้ร่มไม้เลื้อยก่อนหน้ามาด้วย จัดเป็นอีกเรื่องของผู้เขียนที่สะท้อนให้เห็นถึงความยึดมั่นถือมั่นในบางสิ่งบางอย่างที่มากเกินไปของตัวละคร จนทำให้เกิดผลกระทบและการเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองตามมา เนื้อเรื่องอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับคดีอุบัติเหตุ การเข้ามารับเรือนศิราที่เป็นมรดกจากพินัยกรรมของนางเอก การให้ความช่วยเหลือน้องสาวต่างมารดาที่ตอนนี้นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ และความรักที่กลายมาเป็นความเข้าใจผิดของคู่พระนาง ดังนั้นนิยายก็เลยหนามากและรายละเอียดเยอะมากจนทำให้รู้สึกอึดอัดเวลาที่อ่านเจอบางจุดที่รู้สึกว่าเป็นความยืดเยื้อไปหน่อย แต่ถือเป็นเรื่องที่อ่านได้สนุกที่มาพร้อมสาระดีๆค่ะให้

คะแนน 8/10 ค่ะ

ไฮโซติดเกาะ All Seasons with Love / รัศมีจันทร์

มี 3 ภาค คือ
- สายลมแห่งฤดูหนาว : 730 หน้า (2 เล่ม)
- เปลวแดดกลางฤดูร้อน : 643 หน้า (2 เล่ม) 
- ฝนพรำในวสันตฤดู : 643 หน้า (2 เล่ม)
พิมพ์ปี 2557 สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม

หยิบหนังสือชุดนี้มาอ่านอีกครั้งหลังจากอ่านครั้งแรกไปเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว และจำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่าไม่ชอบเลย แต่เมื่อเร็วๆนี้เห็นรีวิวของคนอื่นว่าสนุก เลยอดไม่ได้ขอหยิบมาอ่านอีกรอบ ปรากฎว่ารู้สึกอ่านได้สนุกกว่ารอบที่แล้วแฮะ

เป็นเรื่องราวของทายาทอภิมหาเศรษฐี ที่ถูกบิดาทิ้งพินัยกรรมพิลึกพิลั่นไว้ ให้รับแค่ห้องชุดบนคอนโดมิเนียมหรู และที่ดินร้อยกว่าไร่บนเกาะที่ไกลแสนไกลในจังหวัดตราด และเพราะทั้งชีวิตเธอไม่เคยทำงาน เรียนหนังสือก็ไม่จบ เธอก็เลยกลายเป็นบุคคลล้มละลายและมีหนี้สินมหาศาลหลังจากบิดาเสียชีวิต และทางรอดทางเดียวที่เธอคิดได้คือการเข้าไปพัฒนาที่ดินร้อยกว่าไร่ของเธอที่เกาะกูดเพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นที่ที่เธอจะสามารถทำกำไรจากมันได้ และที่นี่ เธอก็เลยได้พบกับหนุ่มบ้านนอกรูปหล่อที่แต่งตัวเหมือนคนงาน แต่จริงๆเป็นเจ้าของรีสอร์ทบนเกาะกูดที่เธอต้องขอความช่วยเหลือจากเขาตลอด

เหมือนดูเรียลลิตี้โชว์แบบตามติดชีวิตสาวไฮโซที่มาเล่นเกมส์ survival ค่ะ ในระยะเวลา 12 เดือนปฏิทินที่ฤดูเปลี่ยนแปลงบนเกาะ พร้อมๆกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งกับที่ดินของเธอและตัวตนของเธอ นักเขียนก็เก่งเหลือเกินในการจับเอาทุกสิ่งอย่างที่สามารถเกิดขึ้นบนเกาะได้มาใส่ไว้จนครบถ้วนกระบวนความ นางเอกก็เลยเป็นหนูทดลองที่ได้เจอกับทุกสิ่งอย่างที่แม้แต่ชาวบ้านที่อยู่อาศัยกันปกติก็ยังแทบไม่เจอ รู้สึกได้เลยว่านักเขียนเก็บรายละเอียดเก่งและให้รายละเอียดได้แบบคนทำการบ้านมาดี แต่นั่นก็กลายเป็นข้อเสียที่ทำให้เนื้อเรื่องยาวมากและดูยืดเยื้อในบางจุด และวิธีการเล่าก็ค่อนข้างออกแนวการบอกเล่าข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวละครมากกว่าการสื่อสารอารมณ์จากตัวละคร ทำให้คนอ่านรู้สึกเหมือนมองภาพจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบการดูเรียลลิตี้โชว์ และลุ้นแค่ทำยังไงให้นางเอกเอาตัวรอดไปได้ แต่ไม่ได้ทำให้คนอ่านมีอารมณ์ร่วมแบบสุขหรือทุกข์ไปกับตัวละครได้มากเท่าไหร่ค่ะ แถมคำผิดก็ยังเยอะมาก และบางจุดก็ไม่รู้ว่าผิดเพราะพลั้งเผลอหรือเพราะสะกดไม่ถูกจริงๆ อย่างการทอดถอนใจว่า เฮ้อ.. แต่ใช้คำว่า เฮ้ย.. ทุกคำเลย อ่านๆไปก็ตกใจไป ว่าตัวละครเค้ากำลังทอดถอนใจหรือกำลังหาเรื่องใครอยู่กันแน่..

ให้คะแนน 6/10 ค่ะ

ในวงแขนกว้าง/เอกวีย์

สนพ.พิมพ์คำ พิมพ์ปี พ.ศ. 2559
424 หน้า

เป็นนิยายที่พูดถึงการกลับมาเจอกันอีกครั้งระหว่างอาจารย์พิเศษกับลูกศิษย์สาวในฐานะใหม่ที่เป็นนักธุรกิจหนุ่มสุดฮอตกับแม่ม่ายสาวลูกติดได้แบบอบอุ่นและฟีลกู๊ดมาก

ตัวละคร EQ ดีกันทุกตัว พระเอกมาแบบอบอุ่นและพร้อมเป็นที่พึ่งพิงที่ดี ส่วนนางเอกก็มาแบบมีเหตุมีผลและใช้สมองเป็น แถมยังรายล้อมด้วยตัวประกอบที่ว่าง่ายและเข้าใจสถานการณ์ง่ายกันเหลือเกิน ขนาดตัวร้ายของเรื่องก็ยังคิดเป็นและรู้จักระรานแต่เพียงพอดี แต่ก็เป็นจุดด้อยที่ทำให้เนื้อเรื่องอาจจะดูเรียบเรื่อยไปหน่อย แต่เพราะความ EQ ดีของตัวละคร ก็ช่วยให้เราอ่านแล้วยิ้มตามได้ง่ายๆค่ะ ดราม่าเพื่อนรักเป็นอีกจุดที่เราชอบค่ะ ชอบที่มันไม่ต้องลงเอยแบบเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด รู้สึกว่ามิตรภาพระหว่างเพื่อนมันมีค่า และเสียดายหากนักเขียนจะขยี้มันทิ้งไปค่ะ

ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

RAIN บันทึกรักฤดูฝน/อาพัชรินทร์

สนพ.อักขระบันเทิง พิมพ์ปี พ.ศ. 2546
224 หน้า

เปิดเรื่องมาด้วยการตัดสินใจเลือกแต่งงานกับคนที่รักตัว ในขณะที่หัวใจยังโหยหาคนที่ตัวเองรัก และในทุกวินาทีที่ใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ก็พร่ำคิดถึงผู้ชายอีกคนหนึ่งอยู่ตลอด ในช่วงที่หยิบเอาบันทึกและจดหมายที่ตัวเองเขียนถึงหรือเขียนตอบโต้กับผู้ชายอีกคน ทำให้เราเห็นถึงอดีตที่มีค่าของนางเอก แต่ในขณะเดียวกัน ความแสนดีและอบอุ่นของพระเอก ก็ช่วยเยียวยาและเติมเต็มหัวใจให้นางเอก

อ่านแล้วก็จะรำคาญนางเอกอยู่บ้าง ว่าดูเด็กน้อยและใจร้อนวู่วามเหลือเกิน แต่ก็ทำให้เราได้เห็นการเรียนรู้และเติบโตขึ้นของเธอ ช่วงอ่านบันทึกในอดีตของเธอก็จะรู้สึกถึงความยืดเยื้ออยู่บ้าง แต่ที่ดีงามคือพระเอก ที่ช่างเป็นผู้ชายแสนดี ดีจนตอนจบเราถึงกับเสียน้ำตาไปหลายขุม (ไปอ่านเองนะคะ ไม่สปอยล์) นักเขียนจัดงานเล่มแรกของตัวเองด้วยยาแรงมาก ขยี้ได้หนักหน่วงดีเหลือเกินค่ะ

ให้คะแนน 6/10 ค่ะ

ดั่งใจรักลวง/พิณณ์อวี

สนพ.พิณณ์อวี พิมพ์ปี พ.ศ. 2559
310 หน้า

นี่คือนิยายพล็อตยุงชุมตามขนบดั้งเดิมที่แท้ทรู นางเอกเป็นลูกที่แม่ไม่รัก พี่ๆไม่ใยดี ถูกส่งไปเป็นตัวขัดดอกให้กับพระเอกที่เพิ่งโดนผู้หญิงทิ้งมา ก็เลยถูกพระเอกงี่เง่าใส่แบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีก ส่วนนางเอกเองก็ต้องเป็นคนงามที่จิตใจดี มีความกตัญญูและความอดทนเป็นเลิศ และยังแถมความเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมอีกด้วยเพื่อให้ครบสูตร

แต่นักเขียนเล่าเรื่องพล็อตยุงชุมแบบนี้ได้ขยี้มาก บรรยายอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครได้ดี ทำให้คนอ่านอินไปกับความเจ็บช้ำและเอ็นดูไปกับความทรหดอดทนของเธอ เป็นการขยี้แบบนิ่มๆ แบบที่ทำให้เราน้ำตาซึมได้ตั้งแต่ต้นเรื่องไปยันท้ายเรื่อง จัดว่าเป็นพล็อตตามขนบที่ขยี้ได้เข้าทางเราพอดี ชอบค่ะ

ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

ก่อนรักจางใจ Confession/นับดาว

สนพ.อรุณ พิมพ์ปี พ.ศ. 2555
291 หน้า

ชอบความบาดอารมณ์ของเรื่องนี้มาก พระเอกประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม และนางเอกก็มาทำหน้าที่พยาบาลชั่วคราวให้กับพระเอก ในช่วงรักษาตัวอยู่นั้นพระเอกก็จะได้ความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงคนนึงมาแบบวูบๆวาบๆ คือจำทุกคนได้หมด แต่จำผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลย ส่วนนางเอกก็เป็นคนเย็นชา มาดูแลพระเอกแต่ก็พูดจาเชือดเฉือนหัวใจพระเอกตลอดเวลา

นักเขียนเล่าเรื่องได้เก่งมาก ชอบการสะท้อนอารมณ์ของตัวละครที่นักเขียนสามารถทำให้เรารู้สึกอินได้ และสำหรับเรื่องนี้คือสามารถขยี้ให้เรารู้สึกหน่วงในหัวใจได้ตั้งแต่บทแรกๆเลย การเล่าไทม์ไลน์ที่เริ่มต้นจากกลางเรื่อง แต่เล่าไปในลักษณะคู่ขนานกับเหตุการณ์ในอดีต ก็ชวนให้ได้อ่านไปลุ้นไปดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับพระเอกและครอบครัวของเขา อ่านจบแล้วรู้สึกสงสารนางเอกหนักมาก และคิดว่าผู้ชายอย่างพระเอกไม่ควรเป็นคนรักของใครเลย คือตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อมจนหลังความจำเสื่อมนั้นไม่มีตรงไหนชวนให้น่าสงสารเลยแม้แต่น้อย (แถมยังเป็นผู้ชายหัวโบราณที่โคตรเชย ชอบผู้หญิงไว้ผมยาวจนบังคับไม่ให้แฟนตัวเองตัดผมเอย ไม่ชอบงานที่แฟนตัวเองทำก็เลยบอกให้แฟนเลิกทำงานเอย และอีกสารพัด คืออายุมากกว่านางเอก 6 ปี แต่นิสัยเหมือนพ่อกับลูกมากกว่า) เป็นคนฉลาดที่กลับต้องใช้ความรู้สึกดีๆของผู้หญิงคนนึงมาเป็นเครื่องสังเวยการเรียนรู้หัวใจตัวเองหลายครั้งหลายหนเหลือเกิน

แต่แม้จะหมั่นไส้พระเอกเต็มทน แต่ก็รักความเข้มแข็งของนางเอกมาก และชอบสำนวนบาดอารมณ์ของนักเขียนที่ขยี้ได้หนักหน่วงดี อ่านแล้วก็จะได้อารมณ์เจ็บๆคันๆในหัวใจ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ