ใต้ร่มไม้เลื้อย/ปิยะพร ศักดิ์เกษม

พิมพ์ครั้งที่ 2 สนพ.ดอกหญ้า ปี พ.ศ. 2540 (496 หน้า)
พิมพ์ครั้งที่ 6 สนพ.อรุณ ปี พ.ศ. 2556 (491 หน้า)

เรื่องราวความสัมพันธ์ของคนคู่หนึ่ง ที่ผู้เขียนบอกว่าได้ประกายความคิดมาจากประโยคหนึ่งของเรื่อง ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่ ที่แปลโดย น.นพรัตน์ ที่ว่า “กุหลาบเพียงหนึ่งเดียวที่ไร้หนาม คือความรักระหว่างมิตร”

เป็นนิยายที่พูดถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อนต่างเพศ ที่เกิดขึ้นนับแต่วัยเด็ก และผูกพันสานต่อกันมาจนถึงวัยเติบใหญ่ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลกัน ฝ่ายชายเปรียบเสมือนไม้ใหญ่ที่ทำหน้าที่หยัดยอดและหยั่งราก ทะเยอทะยาน เข้มแข็ง และพร้อมจะก้าวพุ่งไปยังอนาคตที่สูงขึ้นๆ และฝ่ายหญิงก็เปรียบเสมือนไม้เลื้อย ที่ดูอ่อนแอเปราะบาง แต่กลับสามารถถักเถาเพื่อให้เงาที่ร่มครึ้มและเยือกเย็น เพราะเธอเกิดมาเพื่อเสียสละ และคอยเผื่อแผ่ให้ความรักและความสงบสุขกับผู้คนทั่วไปได้อย่างน่าชื่นชม

เป็นการพูดถึงความทะเยอทะยานของฝ่ายหนึ่ง กับความอ่อนน้อมและเยือกเย็นของอีกฝ่ายหนึ่งได้น่าติดตามมาก และแม้จะเป็นเรื่องที่แทบไม่มีความหวานระหว่างคู่พระนางเลย แต่กลับทำให้เรารู้สึกประทับใจไปกับความรักของทั้งคู่ เป็นความจับใจในความผูกพันของตัวละคร และสามารถฝากความลึกซึ้งของอารมณ์ไว้ได้แม้เมื่ออ่านจบไปแล้วก็ตาม เป็นเรื่องที่ทำให้ร้องไห้และซาบซึ้งไปกับความรู้สึกของตัวละครได้ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาอ่านจริงๆ

ให้คะแนน 10/10 ค่ะ

ก่อนรักจางใจ Confession/นับดาว

สนพ.อรุณ พิมพ์ปี พ.ศ. 2555
291 หน้า

ชอบความบาดอารมณ์ของเรื่องนี้มาก พระเอกประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม และนางเอกก็มาทำหน้าที่พยาบาลชั่วคราวให้กับพระเอก ในช่วงรักษาตัวอยู่นั้นพระเอกก็จะได้ความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงคนนึงมาแบบวูบๆวาบๆ คือจำทุกคนได้หมด แต่จำผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลย ส่วนนางเอกก็เป็นคนเย็นชา มาดูแลพระเอกแต่ก็พูดจาเชือดเฉือนหัวใจพระเอกตลอดเวลา

นักเขียนเล่าเรื่องได้เก่งมาก ชอบการสะท้อนอารมณ์ของตัวละครที่นักเขียนสามารถทำให้เรารู้สึกอินได้ และสำหรับเรื่องนี้คือสามารถขยี้ให้เรารู้สึกหน่วงในหัวใจได้ตั้งแต่บทแรกๆเลย การเล่าไทม์ไลน์ที่เริ่มต้นจากกลางเรื่อง แต่เล่าไปในลักษณะคู่ขนานกับเหตุการณ์ในอดีต ก็ชวนให้ได้อ่านไปลุ้นไปดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับพระเอกและครอบครัวของเขา อ่านจบแล้วรู้สึกสงสารนางเอกหนักมาก และคิดว่าผู้ชายอย่างพระเอกไม่ควรเป็นคนรักของใครเลย คือตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อมจนหลังความจำเสื่อมนั้นไม่มีตรงไหนชวนให้น่าสงสารเลยแม้แต่น้อย (แถมยังเป็นผู้ชายหัวโบราณที่โคตรเชย ชอบผู้หญิงไว้ผมยาวจนบังคับไม่ให้แฟนตัวเองตัดผมเอย ไม่ชอบงานที่แฟนตัวเองทำก็เลยบอกให้แฟนเลิกทำงานเอย และอีกสารพัด คืออายุมากกว่านางเอก 6 ปี แต่นิสัยเหมือนพ่อกับลูกมากกว่า) เป็นคนฉลาดที่กลับต้องใช้ความรู้สึกดีๆของผู้หญิงคนนึงมาเป็นเครื่องสังเวยการเรียนรู้หัวใจตัวเองหลายครั้งหลายหนเหลือเกิน

แต่แม้จะหมั่นไส้พระเอกเต็มทน แต่ก็รักความเข้มแข็งของนางเอกมาก และชอบสำนวนบาดอารมณ์ของนักเขียนที่ขยี้ได้หนักหน่วงดี อ่านแล้วก็จะได้อารมณ์เจ็บๆคันๆในหัวใจ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

หนังสือชุด อัญมณีแห่งไฟ (มายาไฟในดวงตา, โมรารัตติกาล, มงกุฎอัคคี, มณีแห่งนิรันดร์)/อสิตา

มี 4 ภาค คือ
- มายาไฟในดวงตา พิมพ์ครั้งแรก สนพ.อรุณ ปี พ.ศ. 2556
353 หน้า
- โมรารัตติกาล พิมพ์ครั้งแรก สนพ.อรุณ ปี พ.ศ. 2557
431 หน้า
- มงกุฎอัคคี สนพ.เก้าหาง ปี พ.ศ. 2559
384 หน้า
- มณีแห่งนิรันดร์ สนพ.เก้าหาง ปี พ.ศ. 2560
421 หน้า

มายาไฟในดวงตา

ก่อนหน้านี้ ภาคนี้เป็นปฐมบทของหนังสือชุด”มนตราอัญมณี” ที่นักเขียนเขียนร่วมกับนักเขียนท่านอื่นอีก 2 คน เป็นเรื่องที่เปิดตัวได้อลังการและตื่นตาตื่นใจดี ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่สาวคนโตที่ได้พลอยตาเสือเป็นมรดกจากย่าที่เพิ่งเสียชีวิตไป เป็นตัวละครที่เป็นสาวสวยที่แกร่งและแข็งกว่าน้องสาวอีก 2 คน และต้องผจญภัยไปถึงป่าดงพญาไฟ แต่กลับพบเจอกับอุปสรรคหนุ่มหล่อที่ใช่เสน่ห์หลอกล่อเพื่อพยายามแย่งชิงพลอยของเธอไป

จัดเป็นเรื่องเล่าที่ตื่นเต้นและลุ้นระทึกได้กำลังดี พล็อตซับซ้อนและเล่าเรื่องได้น่าสนใจ ฝ่ายคู่พระนางก็ถึงเนื้อถึงตัวกันแบบหอมปากหอมคอ ตัวร้ายก็ร้ายได้สุดดี แต่ตอนอ่านครั้งแรกรู้สึกว่ามันจบแบบค้างๆคาๆ เหมือนทิ้งปมไว้เพื่อจะทำภาคต่อ แต่ตอนไปอ่านเล่ม 2 กับ 3 ของชุดมนตราฯ ก็ไม่เห็นจับอะไรตรงจุดนี้มาเล่น จนหลังจากที่นักเขียนเขียนเรื่อง “โมรารัตติกาล” ต่อ จึงเข้าใจว่าทิ้งปมไว้เพื่อมาต่อในเรื่องนี้นั่นเอง (และกลายเป็นซีรี่ส์ “อัญมณีแห่งไฟ” อีกที)

ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

โมรารัตติกาล

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของชุด”อัญมณีเหนือกาล” ที่เป็นภาคต่อของหนังสือชุด”มนตราอัญมณี” และเป็นภาคสองของชุด”อัญมณีแห่งไฟ” (งงไปหมด หลายชุดเหลือเกิน) ซึ่งยังคงเป็นการเปิดเรื่องราวในชุดได้ประทับใจมาก ซึ่งเนื้อเรื่องยังคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของตระกูลเมห์ฮรา ที่คราวนี้พลิกฝั่งให้ตัวเอกคือตัว(โคตร)ร้ายจากภาคที่แล้ว ซึ่งเราว่าเป็นการท้าทายความสามารถของผู้เขียนมาก เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้ตัวละครที่แสนร้ายกาจตัวหนึ่ง กลายมาเป็นพระเอกที่คนอ่านจะยอมรับได้และโดยที่จะต้องคงบุคลิกลักษณะความร้ายของตัวละครไว้ได้ด้วย หรือถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ต้องเป็นไปแบบสมเหตุสมผลและใช้เวลาพอสมควร ซึ่งสำหรับเราแล้ว ขอบอกว่าผู้เขียนตอบโจทย์ความท้าทายจุดนี้ได้ดีค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น บทบาทของตัวละครอื่นๆก็ล้วนมีสีสันที่น่าติดตามและชวนให้ประทับใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นตัวนางเอกที่มีตำนานราศีที่สิบสามมาเพิ่มความน่าสนใจ หรือเรื่องราวการผจญภัยและความรักของคู่รองอย่างพ่อเสือดำ (ลูกชายคนกลางของพระเอกภาคแรก) ที่ทำให้คนอ่านมองเห็นพัฒนาการทั้งด้านอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร และยังได้ลุ้นไปกับความรักที่แสนจะน่าตื่นเต้นของเขา รวมถึงตัวละครที่เราชอบที่สุด อย่าง “มิตร” คนที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของเรื่อง คนที่ผ่านความร้อนและหนาว ผ่านความสุขและความเศร้า ผ่านกาลเวลา อดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวมถึงเป็นคนที่เหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นและจุดจบให้กับเรื่องราวที่ดูวนเวียนเป็นวัฎจักร สุดท้ายแล้ว สิ่งที่โดดเด่นที่สุดสำหรับนิยายเรื่องนี้ คือ “พล็อต” ค่ะ ผู้เขียนวางพล็อตได้ละเอียดและน่าทึ่งมากค่ะ ประเด็นและเงื่อนปมต่างๆนั้นมีการผูก จับวาง และคลายปมได้ดีมากโดยเฉพาะเมื่อต้องเล่นกับเรื่องของกาลเวลา จนคนอ่านเองไม่กล้าแม้แต่จะอ่านข้ามบรรทัดเพราะกลัวจะหลุดเรื่องราวอะไรบางอย่างไป เป็นเรื่องที่เนื้อหาอัดแน่นและเต็มไปด้วยพล็อตย่อยต่างๆที่ชิงกันโดดเด่น แบบที่พล็อตหลักเองก็ยังคงอยู่และไม่ถูกกลืนหายไป อ่านจบแล้วก็ยังนึกสงสัยว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ มันถูกอัดไว้ในจำนวนหน้า 431 หน้าแค่นั้นจริงๆหรือ

ให้คะแนน 10/10 ค่ะ

มงกุฎอัคคี

ไม่นึกว่านักเขียนจะสามารถย้อนเรื่องราวปฐมบทของชุดอัญมณีแห่งไฟไปได้ไกลถึงอาณาจักรคามา ที่ดูเหมือนจะย้อนไปในอดีตอันแสนไกลก่อนที่จะถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน”มายาไฟในดวงตา”ที่เป็นภาคแรกของหนังสือชุดนี้มากนัก ซึ่งหากได้อ่านเรื่องราวมาก่อนหน้า ก็จะจำได้กับเด็กชายอัจฉริยะขาพิการ ที่เป็นตัวละครประกอบในเรื่องนั้น และได้กลายมาเป็นตัวละครหลักในเรื่องนี้ แต่หากไม่ได้อ่านมาก่อน ก็คิดว่าไม่น่าเป็นปัญหา เพราะเรื่องราวอ้างอิงกันเพียงเล็กน้อยค่ะ

การร้อยเรียงไทม์ไลน์แบบตัดไปตัดมา การกล่าวถึงวัตถุสำคัญที่มาแบบทีเซอร์เรียกน้ำย่อยผลุบๆโผล่ๆ ชวนให้มึนงงกว่าการขาดเรื่องราวอ้างอิงในภาคก่อนหน้ามากนัก (ในกรณีที่ยังไม่ได้อ่านหรืออ่านและลืมแล้ว) แต่ก็ทำให้เป็นจุดเด่นที่ทำให้เราต้องอ่านรายละเอียดให้ครบเพื่อไม่ให้พลาดจุดสำคัญ ถือเป็นทั้งจุดดีและจุดเสียในการเล่าเรื่อง แต่สุดท้ายแล้วก็ยังออกมาเป็นเรื่องราวที่จินตนาการไปได้ไกลมาก ความซับซ้อนของพล็อตยังคงน่าทึ่ง และตัวละครแข็งแรงมีสีสันทุกตัว ยิ่งท่านราชครูที่เป็นตัวละครหลักนั้นถือเป็นตัวเดินเรื่องที่โดดเด่นและแข็งแกร่งจริงๆ จนบางครั้งก็แอบอยากซาดิสม์ให้นักเขียนจบแบบตัดสองบทสุดท้ายออกไปเลยดีมั้ย แต่เดี๋ยวนักเขียนอาจโดนนักอ่านท่านอื่นฆ่าเอา จบแบบที่เป็นก็สมบูรณ์ดีค่ะ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

มณีแห่งนิรันดร์

ภาคสี่จากหนังสือชุดอัญมณีแห่งไฟ เป็นเรื่องของลูกชายคนโตที่นักอ่านที่ได้อ่านกันมาตั้งแต่ภาคแรกตั้งตารอ เพราะเป็นชายหนุ่มคาแร็คเตอร์เย็นชาและแอบโหด จนมีแต่คนสงสัยว่าเรื่องราวความรักของพ่อหนุ่มที่มีร่างแปลงเป็นเสือขาวลาดพาดกลอนคนนี้ จะดุเด็ดเผ็ดมันขนาดไหน ซึ่งนักเขียนก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลย บทจะมีความรักขึ้นมา พ่อหนุ่มก็มีผู้หญิงเดินหน้าเข้ามาแบบมีอิทธิพลต่อชีวิตของเขาทีเดียว 2-3 คน แถมแต่ละคนยังมีที่มาที่ไปน่าทึ่งไม่ใช่น้อย

วิธีการเล่าในภาคนี้อ่านง่ายกว่าภาคที่แล้วเยอะ แต่อ่านๆไปก็จะแอบมีภาพของหนังสือชุด Twilight ของ Stephen Meyer แว้บเข้ามาในหัวเป็นบางจังหวะแบบงงๆตัวเอง น่าจะเพราะเรื่องนี้เป็นการเล่าถึงการต่อสู้กันกับพวกหมาป่า ฉากแอ๊คชั่นออกแบบมาดี มีการสร้างเซอร์ไพรส์หลายจุด (แต่เซอร์ไพรส์หลักพอเดาได้อยู่นะ) พระเอกคงคาแร็คเตอร์ความเย็นชาและโหดร้ายไว้ได้ แต่บทมีความรักขึ้นมาก็อ่อนโยนและทุ่มสุดตัวเหมือนกัน แต่ที่ประทับใจเรากว่าใคร คือตัวละครที่เราชอบมากอย่าง “มิตร” ที่กลับมามีบทบาทสำคัญในภาคนี้อีกครั้ง แม้จะเริ่มต้นมาแบบติงต๊องไม่ตรงกับภาพในหัวที่เราคิดไว้เท่าไหร่ แต่มิตรก็ยังคงเป็นมิตรที่ทำให้เราชอบมาก น้ำตาไหลตอนจบอ่ะบอกเลย

ให้คะแนน 9/10 ค่ะ

หนังสือชุด ตำนานพยัคฆ์ (พยัคฆบถ, บ่วงพาฬ, พรายพนาดร)/ชญาน์พิมพ์

มี 3 เรื่อง คือ
- พยัคฆบถ พิมพ์ปี 2557 (333 หน้า) 
- บ่วงพาฬ พิมพ์ปี 2559 (392 หน้า) 
- พรายพนาดร พิมพ์ปี 2561 (472 หน้า)
สนพ.พิมพ์คำ  

หนังสือชุดเกี่ยวกับเสือจากดินแดนกลางป่าลึกบริเวณพรมแดนอินเดียกับบังกลาเทศ ที่นักเขียนบอกว่าเดิมทีไม่ได้คิดว่าจะเขียนออกมาเป็นหนังสือชุดถึง 3 เล่ม แต่เพราะตัวละครที่มีความโดดเด่นมากจนทิ้งไม่ลง จึงทำให้เราได้อ่านหนังสือชุดสนุกๆแนวแฟนตาซีพารานอร์มัลตามแนวถนัดของผู้เขียนเพิ่มขึ้นมาอีก 2 เรื่องค่ะ

เริ่มจาก “พยัคฆบถ” ที่เริ่มต้นเล่าถึงตำนานจากป่าซุนดาร์บานส์ในบริเวณเบงกอลของอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งพระเอกเป็นอดีตทหารกุรข่าที่ได้รับการจ้างวานจากมหาเศรษฐีคนหนึ่งให้ช่วยตามหาหลานสาวของเพื่อนสนิทที่อยู่ในหมู่บ้านกลางป่าลึก และเขาก็ได้พบกับสาวน้อยปริศนากลางป่า และได้รับการช่วยชีวิตไว้โดยเสือขาวตัวมหึมา

เปิดเรื่องได้น่าสนใจค่ะ แม้จะรู้สึกว่านักเขียนจะวางพล็อตให้เรื่องวุ่นๆมาจากความมุทะลุและขาดความรอบคอบในการตัดสินใจของนางเอกเป็นหลัก แต่ด้วยวัยที่ยังอ่อนประสบการณ์ และการอยู่อาศัยแต่ในป่าลึก ก็พอจะทำให้คาแร็คเตอร์เธออยู่บนพื้นฐานของเหตุผลพอสมควร ความดุ ดิบ และแกร่งของพระเอก ก็มีพล็อตสนับสนุนให้เห็นชัดเจน และเพื่อนรักที่ร่วมบุกตะลุยไปกับพระเอกด้วยนั้นก็ช่วยตบมุกเพิ่มอารมณ์ขันให้กับพล็อตได้ดี และแน่นอนว่าตัวละครอย่างพี่ชายสองคนของนางเอก ก็โดดเด่นจนเราเห็นด้วยอย่างมากที่นักเขียนควรต้องเขียนเรื่องให้พวกเขากันต่ออีกคนละเรื่อง

ให้คะแนน 6/10 ค่ะ

“บ่วงพาฬ” เป็นเรื่องของพี่ชายนางเอกในภาคที่แล้ว คนที่เป็นดาราดังแห่งบอลลีวู้ด พญาเสือดำที่มีเชื้อสายใกล้ชิดกับต้นตระกูลผู้ปกครองป่าซุนดาร์บานส์ที่สุด เขาเป็นเสือหนุ่มรูปงามที่หลงแสงสีอยู่ในเมืองและประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมกลับป่าที่เป็นถิ่นกำเนิด ดังนั้นเมื่ออยู่ๆเขาก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งพระเอกที่เขากำลังจะได้เล่นในภาพยนต์ระดับฮอลลีวู้ด เพราะเจ้าของบทประพันธ์สาวยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเขาไม่เหมาะกับบท เสืออีโก้แรงและหลงตัวเองอย่างเขาจึงยอมไม่ได้

เราชอบตัวละครตัวนี้ตั้งแต่ในภาคแรกค่ะ เพราะชอบความยียวนและเอาแต่ใจตัวเองสุดๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังเลย เพราะเราชอบพล็อตของเรื่องนี้ที่สุดในเซ็ตเลยค่ะ มันมีความซับซ้อนของพล็อตที่สร้างความตื่นเต้นและชวนลุ้นไปกับปริศนาในเรื่องได้ดีเลย และความดาร์กของเรื่องก็มีอิมแพ็คแรงไม่น้อยค่ะ เสียดายที่เรารู้สึกว่ามีจุดหลุดของพล็อตหลักอยู่นิดนึง แต่ภาพรวมแล้วคืออ่านสนุกและลุ้นมากค่ะ แถมตอนจบยังทำให้เราแอบเสียน้ำตาไปได้หน่อยนึงด้วย เรียกว่าจบได้แบบกระแทกใจไม่น้อยค่ะ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

และพี่ชายคนที่เป็นคู่กัดกับพระเอกในภาคแรกตลอดเรื่องนั้น ก็ได้มาเป็นพระเอกในเรื่อง “พรายพนาดร” กับเขาบ้าง จริงๆเป็นตัวละครที่เราไม่ได้คาดหวังอะไรเท่าไหร่ เพราะเราไม่ได้อินกับบุคลิกแนวขวานผ่าซากและมุทะลุแบบนี้เท่าไหร่ แต่ปรากฎว่าตัวละครตัวนี้กลับเป็นตัวที่มีมิติค่อนข้างลึกกว่าตัวละครอื่นๆทีเดียว แต่พล็อตจะไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนมาก ความโดดเด่นจึงอยู่ที่พัฒนาการความรักของคู่พระนาง ความน่ารักของเสือเด็ก และการเอาชนะปมที่อยู่ในใจของตัวพระเอกเองมากกว่าค่ะ

ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

จอมนางเคียงหทัย ดวงใจจักรพรรดิ/ธารธารา

สนพ.ปริ้นเซส  ปี พ.ศ. 2560
831 หน้า (2 เล่มจบ)  

นิยายแนวจีนฝีมือคนไทยอีกเรื่องที่เราว่าสำนวนเล่าทำได้ดี เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการต้องเอาตัวรอดในวังหลังของนางเอกที่จำยอมต้องเข้าไปเป็นพระสนมในวัง ตอนแรกพยายามจะอยู่แบบสงบๆเงียบๆ ทำตัวให้ไม่โดดเด่น แต่สุดท้ายก็กลบรัศมีของตัวเองไม่อยู่

ซึ่งจริงๆก็เป็นพล็อตเรื่องราวเกี่ยวกับวังหลังที่ไม่มีอะไรแปลกใหม่ และนางเอกก็ค่อนข้างแมรี่ซูอยู่มาก แต่ด้วยสำนวนการเล่าที่สนุกและแฝงอารมณ์ขัน บวกกับพล็อตย่อยต่างๆที่อ่านได้เพลิน และยังคู่พระนางที่มีคาแร็คเตอร์ที่น่าติดตาม เลยทำให้อ่านได้สนุกมากค่ะ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

โฉมสะคราญล่มเมือง/ตั่วตั่วอู่ เขียน/เบบี้นาคราช แปล

สนพ. แจ่มใส ปี พ.ศ. 2561
768 หน้า (2 เล่มจบ)

เริ่มต้นเรื่องด้วยดวงชะตาของสาวงามสองคนที่เสี่ยงได้สุดยอดเซียมซีเดียวกัน เซียมซีที่ระบุชะตาไว้ว่าจะมีวาสนาได้เป็นถึงฮองเฮาของแผ่นดิน สาวหนึ่งนาม เหยาอิ๋ง ได้เข้าวัง กลายเป็นสนมรักของฮ่องเต้ ส่วนอีกสาวหนึ่งนาม กุยหวั่น ได้เป็นภรรยาของอัครเสนาบดีโหลว ผู้ที่ได้เป็นอัครเสนาบดีที่อายุน้อยที่สุดในราชสำนัก แต่เพราะความรักของโหลวเช่อนั้น มอบให้เหยาอิ๋งไปแล้ว เขาจึงบอกกุยหวั่นว่านอกจากความรักแล้ว สิ่งใดๆที่กุยหวั่นต้องการ เขาจะหามาให้นางทั้งหมด

ด้วยความที่บอกชัดเจนว่าสองนางนั้นเป็นหญิงงาม ดังนั้นการจะโดดเด่นจนเป็นที่ต้องตาต้องใจของหนุ่มหลายคนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เพราะแบบนั้น ก็เลยทำให้มีเหตุอันเกิดจากความงามตามมามากมาย เสียดายที่เราเห็นแต่ความฉลาดและโดดเด่นของกุยหวั่น ในขณะที่เหยาอิ๋งที่ควรจะมีความโดดเด่นที่ทัดเทียมกัน (จากชะตาเซียมซี) กลับถูกกลืนหายไปกับบทจนมีบทบาทน้อยมาก การเล่าเรื่องแม้จะสนุกและทำให้อ่านได้เพลินมาก แต่หลายจุดที่เป็นธีมหลักของเรื่องก็เหมือนจะถูกบิดหรือกลบเพื่อให้รัศมีของนางเอกโดดเด่นมากไปหน่อย เลยรู้สึกเสียดายว่าน่าจะสนุกได้มากกว่านี้ค่ะ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

รักพลิกล็อคของซาโฮะ/Senorita-P

สนพ. Senorita-P ปี พ.ศ. 2559
983 หน้า (2 เล่มจบ)  

นิยายญี่ปุ่นฝีมือคนไทยที่เขียนได้น่ารักมาก แม้จะเป็นเรื่องรักวัยใสแบบชวนฝันสุดๆ ระหว่างอาจารย์คณิตศาสตร์รูปงามที่มาพร้อมกับทรัพย์สินมหาศาลของตระกูล กับนักเรียนสาวไฮสคูลวัย 17 ปีจอมแอ๊บ ที่ต้องมาแต่งงานกันภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง แต่ด้วยอารมณ์ขันของผู้เขียน กับการบรรยายในลักษณะบุคคลที่ 1 ทำให้คนอ่านเกิดอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครได้มาก ดังนั้น เรื่องราวจึงเต็มไปด้วยความน่ารักของคู่พระนาง ความรั่วเบาๆของนางเอก ความน่าหมั่นไส้ของพระเอก ความฟินชวนเขิน หรือความหน่วงที่ขยี้ได้ในจังหวะที่ดี จึงถือเป็นนิยายรักใสๆที่อ่านแล้วประทับใจมากค่ะ

ให้คะแนน 9/10 ค่ะ

แฝงรักฝากใจ/หอมหมื่นลี้

สนพ.คำต่อคำ ปี พ.ศ. 2560
553 หน้า  

เป็นเรื่องแอบรักที่น่ารักมากๆ นางเอกเป็นครูอนุบาลที่หลงรักหมอหนุ่มเพื่อนสนิทที่คบกันมานานนับเป็นสิบปี แต่เพราะการต้องทนเก็บกดความรู้สึกอยู่นานจนถึงจุดที่ทนไม่ไหว เธอจึงตัดสินใจบอกรักและประกาศเดินหน้าเป็นฝ่ายจีบเอง

อดีตของคู่พระนางที่บอกเล่าแบบเนียนๆในรูปแบบของการกระโดดตัดภาพที่คล้ายคลึงกันในอดีต เป็นสิ่งที่เรามองว่านักเขียนทำได้ดีและทำให้ไม่เกิดความเยิ่นเย้อในการเล่าเรื่อง ส่วนอารมณ์ของเรื่องก็จัดมากลมกล่อมมาก คือ มีทั้งความกดดันจนหน่วง มีอารมณ์ขันในความมึนๆงงๆของนางเอก มีความเจ้าเล่ห์และร้ายลึกของพระเอก มีความหวานที่ชวนเขิน และยังมีความดราม่าที่บีบคั้นได้กำลังดี เลยทำให้รู้สึกประทับใจมากค่ะ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

กลรักซ่อนใจ/แก้วจอมขวัญ

สนพ.อินเลิฟ ปี พ.ศ. 2558
398 หน้า  

เป็นเรื่องราวความรักความผูกพันที่ยาวนาน ระหว่างหญิงสาวที่โชคชะตาชักนำให้ได้พบเจอกับชายหนุ่มผู้ลึกลับตั้งแต่เมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสอง และด้วยความที่เป็นคนจิตใจดี จึงเหมือนเป็นแม่เหล็กคอยดึงดูดให้ชายหนุ่มที่มีอดีตที่น่าเศร้าและชีวิตตกอยู่แต่ในวังวนของความมืดมน ต้องวนเวียนเข้ามาอยู่ข้างกายเธอเสมอ แม้ในตอนแรกเขาจะรู้สึกว่าไม่ควรดึงชีวิตของหญิงสาวให้ลงมาเกลือกกลั้วกับความมืดหม่นของชีวิตเขาก็ตาม

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในงานที่เรามองว่าดีที่สุดของผู้เขียนตั้งแต่ได้อ่านมาเลยค่ะ เป็นโรแม้นซ์ที่เล่าพล็อตได้ดี เห็นความประณีตในการเล่าเรื่องราวสายใยความผูกพันของคู่พระนาง เหตุผลของการดึงดูดและผลักไส และโดยเฉพาะปมดราม่า ไม่ว่าจะเป็นจากฝั่งพระเอก ที่มาโทนดาร์กได้แบบไม่เลวเลย หรือจากฝั่งนางเอก ที่ถูกกดดันจากสภาวะบีบคั้นทางอารมณ์ บทรักไม่พร่ำเพรื่อและมาได้ในจังหวะที่เหมาะสม แถมต้องยอมรับว่าการบรรยายฉากรักของผู้เขียนนั้น ทำได้แบบกำลังดีและไม่รู้สึกว่าน่าเกลียดเลย จัดเป็นนิยายโรแม้นซ์ที่อ่านแล้วประทับใจมากค่ะ

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ

หนังสือชุด ตายแล้วไปไหน (สรวงสิเนรุ/อาพัชรินทร์, กฤชกันแสง/ธุวัฒธรรพ์, วงกตนรกานต์/ปราปต์)

มี 3 เรื่อง คือ 
- สรวงสิเนรุ โดย อาพัชรินทร์ (216 หน้า)
- กฤชกันแสง โดย ธุวัฒธรรพ์ (192 หน้า)
- วงกตนรกานต์ โดย ปราปต์ (248 หน้า)
สนพ. โซฟา ปี พ.ศ. 2561  

ปกติแล้วปกน่ากลัวๆแบบนี้ไม่ใช่ทางของเราเลย แต่ซื้อเพราะผู้แต่งล้วนๆและมีคนกระซิบบอกว่าชุดนี้ไม่ใช่เรื่องผี ไม่ได้ออกแนวสยองขวัญชวนขวัญผวาแนวนั้น เลยจัดมาค่ะ สรุปตามชื่อชุดเลยค่ะ ตายแล้วไปไหน ซึ่งหนังสือชุดนี้ก็นำเสนอมา 3 แนวทาง สวรรค์ หรือยังวนเวียนอยู่บนโลก หรือนรก ซึ่งเนื้อหาและตัวละครไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกันแต่อย่างใด อยากอ่านแยกก็ได้ อยากอ่านเรื่องไหนก่อนหลังก็ได้ค่ะ

สรวงสิเนรุ ของอาพัชรินทร์ เล่าเรื่องของคนดี ตอนจะตายก็ยังคิดดี เลยได้ไปเป็นเทวดา แต่เพราะมีเรื่องบางอย่างค้างคา เลยขอจัดการอะไรบางอย่างก่อนที่จะได้ไปสู่ภพภูมิที่เหมาะสมกับตัวเอง ในระหว่างนั้นเลยได้จัดบทเรียนดีๆให้ตัวละครที่ยังมีชีวิตอยู่ได้เรียนรู้ไปด้วยเลย เป็นเรื่องที่มีโทนสืบสวนสอบสวนกับพล็อตรักเบาๆ เลยเป็นแนวหวานนิดๆบู๊หน่อยๆ เป็นเรื่องเล่าตรงไปตรงมา สื่อคำสอนง่ายๆตรงๆเลย

เรื่องนี้ ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

กฤชกันแสง ของธุวัฒธรรมพ์ เป็นเรื่องแรกของนักเขียนที่เราได้อ่านค่ะ เรื่องของวิญญาณที่ถูกผนึกไว้ให้ติดอยู่บนโลก ไม่สามารถไปตามภพภูมิหลังความตายได้ และนางเอกซึ่งเคยเป็นอดีตพี่สาวของดวงวิญญาณนี้ ก็พยายามหาทางปลดปล่อยดวงวิญญาณนี้ให้เป็นอิสระ ซึ่งตอนเริ่มต้นเรื่อง เราจะรู้สึกว่ายังไม่ได้มีอะไรมาก แต่ชอบความพีคในตอนหลังจากที่นางเอกปลดปล่อยวิญญาณน้องสาวได้แล้ว ทำให้รู้สึกว่าเส้นเรื่องมันไม่เรียบเรื่อยเกินไปดีค่ะ

เรื่องนี้ให้คะแนน 7/10 ค่ะ

วงกตนรกานต์ ของปราปต์ ก็จะเป็นเรื่องของคนที่ผ่านการทำสิ่งไม่ดีมาหลายอย่าง ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา เมื่อวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตเขา และเขามีโอกาสที่จะกลับไปแก้ไขอดีตได้ เขาจึงกระเสือกกระสนและดิ้นรนทุกทางเพื่อให้พ้นจากภพภูมิที่มั่นใจว่าตัวเองจะต้องถูกส่งไปหลังความตายแน่นอน ซึ่งเราก็ยังคงทึ่งในความสามารถในการเล่าเรื่องของนักเขียนมาก ทั้งเส้นเรื่องและพล็อตคือดีงาม เกลี่ยน้ำหนักของคำสอนได้ลงตัว จัดเรียงลำดับโครงเรื่องได้น่าสนใจ ลายเซ็นต์ความจิกกัดสังคมเบาๆก็ยังมองเห็น และตัวละครก็มีมิติซับซ้อนที่ทำให้คนอ่านรู้สึกคาดไม่ถึงได้ในหลายจุด

เรื่องนี้ให้คะแนน 8/10 ค่ะ